กยท.ยันบริษัทยางล้อรายใหญ่ไม่ซื้อยางพื้นที่บุกรุกไม่กระทบไทย

กยท.ยันกระแสข่าวบริษัทยางล้อรายใหญ่ไม่ซื้อยางพื้นที่บุกรุกไม่กระทบไทย เนื่องจากมีแผนรองรับ ย้ำการให้ข่าวควรสืบหาแหล่งที่มาและควรมีความชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงการปั่นให้เกิดกระแสเชิงลบ หวั่นกระทบสถานการณ์ราคายาง

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวถึงกระแสข่าวในโลกโซเชียลที่ระบุว่าบริษัทยางล้อรายใหญ่มีแผนไม่รับซื้อยางพาราจากประเทศที่ปลูกยางในพื้นที่บุกรุก ว่า เป็นกระแสข่าวเก่าเกิดขึ้นเมื่อปี 2559 จึงไม่อยากให้ตื่นตระหนก เนื้อหาข่าวกล่าวถึงประเทศทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ได้เฉพาะเจาะจงประเทศไทย ซึ่งในส่วนไทยจะไม่กระทบแน่นอน เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กยท.เตรียมแผนรองรับและดำเนินการแล้ว คือ การสนับสนุน ส่งเสริม ให้ความรู้กระตุ้นให้เกษตรกรชาวสวนยางที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กยท. เห็นถึงความสำคัญและโอกาสของการพัฒนาสวนยางไปสู่มาตรฐานระดับสากล เช่น มาตรฐาน FSC เพื่อเพิ่มมูลค่าไม้ยาง รักษามาตรฐานคุณภาพ และขยายฐานตลาดส่งออก

นายธีธัช กล่าวว่า กยท.เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 นำร่องพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ปัจจุบันมีผู้ร่วมโครงการกว่า 2,700 ราย รวมพื้นที่กว่า 40,000 ไร่ การดำเนินการจะเน้นอบรมให้เกษตรกรได้รับความรู้เกี่ยวกับการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน FSC มีการสำรวจตรวจแปลงและเตรียมการตรวจรับรอง ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 9 เดือน จึงคาดว่าประมาณเดือนกันยายนนี้จะมีพื้นที่นำร่องพื้นที่แรก จากนั้นจะมีการขยายผลต่อในช่วงเดือนสิงหาคมอีกประมาณ 50,000 ไร่ ในเขตภาคตะวันออก จังหวัดตราด จันทบุรี ระยอง และในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนกลางอีกประมาณ 50,000 ไร่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรัง กระบี่ ดังนั้น ภายใน 3 ปีคาดว่า การผลักดันและบริหารการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากลจะครอบคลุมพื้นที่สวนยางของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ทั้งหมด ดังนั้น ปัญหาเรื่องบริษัทยางไม่รับซื้อยางจากประเทศที่ไม่ได้รับการรับรอง จึงไม่มีผลต่อประเทศไทย เพราะสามารถมั่นใจได้ว่าสวนยางที่ปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสมที่อยู่ภายใต้การดูแลของ กยท. เป็นสวนยางที่มีแหล่งที่มาถูกต้องชัดเจน

“สิ่งสำคัญ คือ เรื่องของการให้ข่าวการสื่อสารให้ข้อมูล ขอให้มีการตรวจสอบให้ชัดเจนทั้งระยะเวลา วัตถุประสงค์ของการให้ข่าวและความถูกต้อง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากเป็นไปในเชิงลบหวั่นจะกระทบต่อสถานการณ์ยางพารา การให้ข่าวลักษณะนี้จึงควรให้ข้อมูลที่ครบถ้วน ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อราคายางที่ทุกภาคส่วนพยายามปรับแก้หรือรักษาอยู่ในปัจจุบัน” ผู้ว่าฯ กยท.กล่าว.-สำนักข่าวไทย